งานสัมมนาวิชาการและแสดงนิทรรศการ เรื่อง ศูนย์ความเป็นเลิศกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรม บุรีศรีภู บูติก 310 ถนนศรีภูวนารถ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

             ทั้งนี้ศูนย์ฯ และภาคชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมจัดเสวนา เรื่อง งานศึกษาธรรมชาติวิทยาของระบบนิเวศในฐานะการให้นิเวศบริการ ผลกระทบต่อการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งวิทยากร ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ รองศาสตราจารย์ ดร.อัญชนา ประเทพ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาระ บำรุงศรี โดยการเสวนาในครั้งนี้ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศทางธรรมชาติได้ให้บริการทางนิเวศวิทยา (ecosystem services) มากมาย ซึ่งมนุษย์ก็ได้เข้าไปใช้ประโยชน์จากนิเวศบริการในด้านต่าง ๆ มากมาย ผู้คนส่วนใหญ่มักจะทราบเกี่ยวกับนิเวศบริการเฉพาะด้านที่มนุษย์ได้รับประโยชน์โดยตรงเท่านั้น เช่น เป็นแหล่งอาหาร หรือแหล่งวัตถุดิบ แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ทราบว่าระบบนิเวศนั้นยังให้บริการทางนิเวศแก่มนุษย์โดยอ้อมด้วยเช่นกันดังนี้

  1. ระบบนิเวศหญ้าทะเล (เสวนาโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อัญชนา ประเทพ)

ระบบนิเวศหญ้าทะเลให้บริการทางนิเวศวิทยาโดยตรงแก่มนุษย์ เช่น เป็นแหล่งหาอาหารให้แก่ชุมชนในพื้นที่โดยการเข้าไปทำประมงและเก็บสัตว์น้ำเช่น หอยชักตีน หรือปลิงทะเล และบริการทางนิเวศวิทยาโดยอ้อมที่ระบบนิเวศหญ้าทะเลให้แก่มนุษย์ ได้แก่ เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนให้แก่สัตว์น้ำด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ช่วยดักจับตะกอนในมวลน้ำด้วยโครงสร้างของใบที่มีหลากหลายแบบ ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งด้วยระบบรากและลำต้นใต้ดินที่ซับซ้อน ช่วยลดปริมาณคาร์บอนและกักเก็บคาร์บอนลงสู่ตะกอน เป็นแหล่งอนุบาล และแหล่งอาหารของสัตว์น้ำนานาชนิด รวมไปถึงสัตว์ทะเลหายากเช่น เต่าทะเลแลพะยูน

ทั้งนี้ปัญหาที่พบและภัยคุกคามต่อระบบนิเวศหญ้าทะเลในปัจจุบันนี้ ได้แก่ การเข้าไปใช้ประโยชน์จากแหล่งหญ้าทะเลมากเกินไป เช่น การเก็บสัตว์น้ำในปริมาณที่มากเกินพอดี (over fishing) ด้วยมีแนวความคิดที่ว่าสัตว์น้ำไม่มีวันหมดไป ซึ่งส่งผลกระทบทำให้สัตว์น้ำเติบโตไม่ทันต่อความต้องการ ทำให้มีการจับสัตว์น้ำในขนาดที่เล็กมากเกินไป และอาจะทำให้มีปริมาณสัตว์น้ำลดน้อยลงหรืออาจสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ก็เป็นได้

  1. ระบบนิเวศป่าชายหาด (เสวนาโดยรองศาสตราจารย์ ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ)

ป่าชายหาดเป็นระบบนิเวศที่มีลักษณะใกล้เคียงกับป่าพรุแต่ค่อนข้างโปร่ง และอยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินมากกว่าป่าชายเลน โดยพืชสามารถปรับตัวให้รับกับแรงลมทนต่อความเค็มของไอทะเล และต้านทานต่อความแห้งแล้งได้ดี พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ สนทะเล หูกวาง ปอทะเล กระทิง ฯลฯ ในด้านนิเวศบริการแล้ว พบว่าป่าชายหาดมีการให้นิเวศบริการต่าง ๆ มากมาย เช่น ช่วยดักทรายให้ทับถมเพิ่มขึ้นและทำให้สันทรายสูงขึ้น ช่วยลดความแรงของกระแสลมพายุที่เข้ามาปะทะชายฝั่ง ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ช่วยป้องกันการกัดเซาะพื้นผิวหาดทรายเนื่องจากแรงกระทำของลมและฝน รวมไปถึงช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการขึ้นมาวางไข่ของเต่าทะเลอีกด้วย

เนื่องจากสภาพป่ามีลักษณะแห้งแล้งและโปร่ง อีกทั้งไม้ยืนต้นในป่าชายหาดยังให้ผลผลิตทางเนื้อไม้ต่ำ และไม่ค่อยทีคุณค่าทางเศรษฐกิจมากนัก จึงทำให้ป่าชายหาดเป็นระบบนิเวศหนึ่งซึ่งถูกละเลยไปทั้งในการจัดการ และในการอนุรักษ์ ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ป่าชายหาดอีกหลายแห่งถูกทำลายและเปลี่ยนสภาพไป เนื่องจากถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์เมื่อเปรียบเทียบกับระบบนิเวศป่าบกอื่นๆ

  1. ค้างคาว (เสวนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาระ บำรุงศรี)

ปัจจุบันค้างคาวหลายชนิด มีแนวโน้มสูญพันธุ์เนื่องจากถูกจับมาบริโภคตามความเชื่อ หรือถูกทำร้าย โดยความเชื่อที่ผิด ๆ ที่คนส่วนใหญ่จะมองค้างคาวในทางลบ และถูกมองว่าเป็นสัตว์ทำลายพืชพันธุ์ของเกษตรกร ซึ่งความเชื่อดังกล่าวสวนทางกับความเป็นจริง เนื่องจากค้างคาวหลายชนิด เช่น ค้างคาวเล็บกุด เป็นตัวการหลักที่ช่วยผสมเกสรให้พืชเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 10 ชนิด เช่น สะตอ ลูกเหรียง ทุเรียนบ้าน ทุเรียนพันธุ์ เพกา นุ่น ไม้ลำพู และค้างคาวปากย่นที่ช่วยกำจัดศัตรูพืช โดยการกินแมลงศัตรูพืชชนิดต่างๆ และช่วยกินเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลซึ่งเป็นศัตรูพืชหลักในนาข้าว

ปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อค้างคาวคือการคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัยของค้างคาวโดยการเข้าไปสร้างวัดในถ้ำหรือแหล่งท่องเที่ยว การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการเกษตร โดยค้างคาวไปกินแมลงที่ปนเปื้อนสารเคมีทำให้ค้างคาวตายหรือไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ รวมไปถึงการล่าค้างคาวเนื่องจากความเชื่อที่ว่าค้างคาวเป็นศัตรูพืช

ด้วยการไม่ทราบและไม่เข้าใจถึงการได้รับประโยชน์ของนิเวศบริการที่ได้รับจากระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ นี้เอง จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ และมีการจัดการและการอนุรักษ์ด้วยความรู้และความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งการจัดการและการอนุรักษ์ด้วยความรู้และความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนั้นอาจส่งผลกระทบแก่สิ่งแวดล้อมในทางลบมากกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของระบบนิเวศและบทบาทของสิ่งมีชีวิต จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยชี้ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวของได้เป็นถึงคุณค่าของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติได้อย่างชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม และทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศและบทบาทของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่มีสำคัญยิ่งทั้งต่อระบบนิเวศและมนุษย์