เมื่อวันที่ 18-19 ตุลาคม 2560   นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาธิการ ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมการก่อตั้ง Malacological Society of Southeast Asia First Working Group Meeting   

            ตัวแทนนักวิจัยที่ทำงานวิจัยทางด้าน หอยและปลาหมึกในประเทศกลุ่มอาเซียนได้จัดการประชุม “The Working Group for the Malacological Society of Southeast Asia” ณ โรงแรมเดอะสุโกศล ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นเจ้าภาพ และร่วมสนับสนุนการประชุมโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นเป็นผู้แทนจาก 8 ชาติอาเซียนรวม 19 คน ได้แก่ผู้แทนจากประเทศบรูไน (1)อินโดนีเซีย (1) ลาว (1) เมียนมาร์ (1) มาเลเซีย (3) ฟิลิปปินส์ (3) สิงคโปร์ (1) และประเทศไทย (8) ทั้งหมดล้วนมาจากมหาวิทยาลัย และสถาบันชั้นนำของแต่ละประเทศที่มีการศึกษาวิจัยด้านสังขวิทยาอย่างโดดเด่น

             การประชุมเริ่มขึ้นเมื่อวันพุธที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลา 9.00 น. โดยมีท่านขจร จิตต์สุขุมมงคล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม จากนั้น ศาสตราจารย์ ดร. สมศักดิ์ ปัญหา ได้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือในประเด็นต่างๆ รวมถึงในวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม ที่ประชุมมีฉันทานุมัติให้จัดตั้ง “SOUTHEAST ASIAN MALACOLOGICAL SOCIETY (SAMS)” โดยให้คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ตั้งของสมาคม และเห็นชอบให้ ศ. ดร. สมศักดิ์ ปัญหา ดำรงตำแหน่ง President of Society ในวาระแรกของการก่อตั้งเป็นเวลา 4 ปี  จากนั้นได้หารือเรื่องของธรรมนูญของสมาคมและการก่อตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย คุณสมบัติสมาชิก การได้มาซึ่งสมาชิกและค่าบำรุง การประชุมวิชาการประจำปี ทุนการศึกษาวิจัยสำหรับนิสิต นักคึกษา ฯลฯ นอกจากนั้นยังได้หารือความร่วมมือวิจัยอย่างจริงจังในอาเซียนเพื่อให้ได้ผลงานที่มีผลกระทบสูงโดยนักวิจัยอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรของอาเซียน ทั้งนี้ ศ. ดร. สมศักดิ์ ปัญหา ได้ร่วมกันกับผู้แทนทุกชาติแต่งตั้งสภากรรมการของสมาคมโดยให้มีผู้แทนจากทุกชาติเพื่อให้การดำเนินการแบบมีส่วนร่วมและมีประสิทธิภาพ และกำหนดการทำวิจัยร่วมให้เดินหน้าในระหว่างรอการก่อตั้งสมาคมให้สมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกำหนดให้มีการทำวิจัยร่วมภายใต้ชื่อ “Malacca Expedition” ที่ประเทศมาเลเซียในเดือนธันวาคม 2560 นี้